ประสบการณ์ฮาลาลไฟน์ไดนิ่งที่ Fat Lamb

ร้านไฟน์ไดนิ่งฮาลาลสไตล์ Mediterranean-American Twist สุดเรียบหรูอย่าง Fat Lamb : Dine & Feastแห่งย่านพระราม 9 ผู้ซื่อตรงกับความสุขในการทำอาหารมายาวนานร่วมทศวรรษ และอาศัยความรักเป็นเชื้อไฟในการพัฒนาตัวเองให้ก้าวสู่การเป็นเชฟมืออาชีพที่รังสรรค์ความสุขผ่านอาหารได้อย่างมีเอกลักษณ์เพื่อจุดประกายช่วงเวลาประทับใจบนโต๊ะอาหาร

ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ หรือ เชฟยาคุป
ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ หรือ เชฟยาคุป

แรงบันดาลใจแรกที่บ่มเพาะให้เด็กหนุ่มวัยมัธยม ธฤต ตั้งทรงศิริศักดิ์ หรือ เชฟยาคุป วัย 26 ปี เชฟและเจ้าของร้าน มีความหลงใหลการทำอาหารก็คือ ครอบครัว นั่นเอง เชฟยาคุปแย้มเรื่องราวในวันวานให้ฟังด้วยรอยยิ้มว่า“บ้านผมชอบเข้าครัวกันเป็นประจำและผมเองก็เป็นลูกมือคนโปรดของคุณแม่ ผมชอบความรู้สึกเวลาเห็นคนที่ทานอาหารของเรามีความสุข ประกอบกับได้หนังสือ Chef Ian’s Kitchen Revealed มาจากคุณแม่ ก็ยิ่งจุดประกายแรงบันดาลใจและผลักดันให้ผมอยากก้าวไปสัมผัสโลกของอาหารอย่างจริงจัง กระทั่งตัดสินใจบินข้ามฟ้าไปเรียนต่อด้าน Culinary Arts ที่ Kendal College เมืองชิคาโก สหรัฐอเมริกา และแม้ว่าหลักสูตรจะหินขนาดไหน ผมก็ไม่เคยท้อแต่กลับสนุกกับสิ่งต่างๆ ที่ได้เรียนรู้มากกว่าเพราะที่นี่บ่มเพาะองค์ความรู้ที่สำคัญต่อสายอาชีพตั้งแต่เรื่องเทคนิค ระบบ ไปจนถึงเรื่องการบริหารจัดการ ซึ่งตอบโจทย์ทุกอย่างที่ผมอยากรู้ ควบคู่ไปกับการเก็บเกี่ยวประสบการณ์งานครัวนอกห้องเรียนตามโรงแรมและร้านอาหารหลากหลายแนวในชิคาโก เพื่อฝึกปรือฝีมือและค้นหาสไตล์ถนัดของตัวเอง จนมาถูกใจความเป็นธรรมชาติของอาหารในแถบเมดิเตอเรเนียนเข้าอย่างจังจากการได้ร่วมงานกับ Naha ร้านอาหารระดับ 1 ดาวมิชลิน”

หลังจากจบการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัย เดิมทีเชฟหนุ่มไฟแรงคนนี้ก็ไม่มีแพลนจะกลับเมืองไทย เพราะสนุกกับตระเวนทำงานไปทั่วชิคาโก โดยเริ่มออกสตาร์ทด้วยการเข้าครัวโรงแรม ก่อนจะมั่นใจว่าไม่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง จึงมุ่งหน้าลุยงานร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านประเภทไฟน์ไดนิ่ง ซึ่งเชฟหลงใหลในงานทำงานที่เป็นระบบและรวดเร็วทว่ามีองค์ประกอบของความรักและความประณีตในการสร้างสรรค์อาหารไปพร้อมกัน นอกจากนั้นเชฟยังไม่พลาดที่จะอาสาร่วมโปรเจ็กต์ประจำปีอย่างChicago Festivals อย่างต่อเนื่องเพื่อพบปะกับผู้คนในแวดวงเดียวกันและได้อัพเดทความรู้ใหม่ๆ จากเชฟชื่อดังมากหน้าหลายตาที่มารวมตัวกันในงานก่อนจะตัดสินใจกลับบ้านเกิดหลังจากทำงานเข้าปีที่ 5 ตามคำเรียกร้องของครอบครัว ซึ่งเชฟได้รับโอกาสในการทำงานกับไอดอลคนสำคัญอย่าง เชฟเอียน พงษ์ธวัช เฉลิมกิตติชัยที่อิษยา สยามมิสคลับร้านอาหารไทยที่ได้รับสัญลักษณ์ The Plate จากมิชลินไกด์ โดยเชฟยาคุปได้อาศัยช่วงเวลานี้เรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมการทำงานกับทีมครัวชาวไทย

ภายในร้าน Fat Lamb: Dine & Feast

เมื่อชิมลางงานครัวในบ้านเกิดได้ร่วมปี เชฟยาคุปมองว่าถึงเวลาที่ต้องลงมือเปิดร้านเป็นของตัวเองดูซักที โดยหยิบอาหารเมดิเตอเรเนียนมาตีโจทย์ผ่านคอนเซ็ปต์ Mediteranean-American Twist ที่ผสมผสานวัตถุดิบคุณภาพสูงและฝีมือของเชฟเข้าไปอย่างมีมิติ “หลังจากที่มีแผนเปิดร้าน สิ่งแรกที่ทำคือการออกเดินทางไปยังประเทศในแถบเมดิเตอเรเนียนเพื่อลิ้มลองอาหาร ศึกษาวัตถุดิบท้องถิ่น ทำความเข้าใจกับวัฒนธรรมอาหารและผู้คนในละแวกนี้ ตอนนั้นตระเวนชิมจนเสื้อเริ่มแน่น คุณแม่จึงแซวว่าหุ่นเหมือนแกะอ้วนอันเป็นที่มาของชื่อร้าน Fat Lamb: Dine & Feast นั่นเองครับ

เมนูฮาลาลไฟไดนิ่ง

โดยตั้งใจให้ที่นี่เป็นร้านอาหารฮาลาลไฟน์ไดนิ่งแห่งแรกของประเทศไทยที่ตกแต่งให้ดูเรียบหรูเป็นส่วนตัวแต่เข้าถึงง่ายและเป็นธรรมชาติของกลิ่นอายทะเลเมดิเตอเรเนียนที่สอดแทรกเอาไว้อย่างเหมาะเจาะไปด้วยกันได้อย่างลงตัวกับสไตล์อาหารของทางร้าน ซึ่งตัวผมเองก็เป็นมุสลิม และเห็นช่องว่างของตลาดร้านอาหารฮาลาลรูปแบบนี้มาตั้งแต่ก่อนไปไปเรียนต่อต่างประเทศ เมื่อโอกาสมาถึงจึงไม่ลังเลที่จะนำเสนอเสน่ห์ของ Fat Lamb ให้ลูกค้าทุกคน โดยเฉพาะชาวมุสลิมได้สัมผัสกับความสดใหม่ของประสบการณ์มื้ออาหารที่จะจุดประกายความทรงจำดีๆ ให้กับลูกค้าในทุกโอกาสพิเศษ และตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาร่วม 2 เดือนก็หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งเพราะได้รับผลตอบรับที่เกินคาดจากลูกค้า”

เชฟยาคุปยังขยายความเรื่องอาหารว่า ต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียวในขั้นตอนการขึ้นรูปเมนูอาหารร่วม 25 รายการ รวมถึงเมนูม็อกเทลซึ่งเป็นเครื่องดื่มไฮไลท์ของที่ร้าน เนื่องจากต้องสรรหารายละเอียดโดดเด่นของเมนูและวัตถุดิบต้นตำรับจากแต่ละประเทศในแถบเมดิเตอเรเนียน อาทิ อิตาลี สเปน กรีซ โมร็อกโก ฯลฯ อย่างพิถีพิถันเพื่อมาปรับให้มีเอกลักษณ์ตั้งแต่ชื่อเมนู เรื่องราว การนำเสนอ และรสสัมผัสเพื่อให้ถูกปากกลุ่มลูกค้าคนไทยมากขึ้น ซึ่งนอกจากเทคนิคที่ดีแล้ว หัวใจสำคัญอีกประการที่เป็นส่วนประกอบให้อาหารสมบูรณ์แบบก็คือ การคัดสรรวัตถุดิบและส่วนผสมที่สดใหม่คุณภาพพรีเมียมจากแหล่งผลิตที่ดีที่สุดทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงต้องได้รับการรับรองมาตรฐานฮาลาลด้วย ดังเช่น ไก่เบญจา (Benja Chicken) ภายใต้แบรนด์ U-Farm จากบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หนึ่งในวัตถุดิบซูเปอร์พรีเมียมครั้งแรกของโลกจากนวัตกรรมฝีมือคนไทย ที่เชฟเลือกมาใช้เพื่อรังสรรค์เมนูสุดประทับใจตำรับ Fat Lamb เพราะถูกใจในคุณภาพเนื้อไก่ที่ยืดหยุ่นแตกต่างตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้ชิม และยังมีเอกลักษณ์ของรสสัมผัสที่หอมนุ่มชุ่มฉ่ำ อันเป็นผลลัพธ์จากการพัฒนาการเลี้ยงไก่ด้วยข้าวกล้องธรรมชาติคัดพิเศษสูตรเฉพาะที่อุดมไปด้วยกาบ้า (GABA) สารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามิน B3 B6 B9 ทั้งยังปราศจากฮอร์โมนและยาปฏิชีวนะตลอดการเลี้ยง ซึ่งมั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อสุขภาพอย่างแน่นอน

และนี่คืออีกก้าวแห่งความสำเร็จที่ผลิดอกออกผลงดงามภายใต้ชื่อ Fat Lamb ที่ขึ้นรูปด้วยหัวใจและความทุ่มเท ซึ่งก่อนจากกันเชฟหนุ่มไฟแรงคนนี้ยังทิ้งทายถึงความฝันที่จะแตกหน่ออาหารและโรงแรมฮาลาลที่เปี่ยมไปด้วยไอเดียสดใหม่ แตกต่าง และหลากหลายยิ่งขึ้นในอนาคต

  • ที่อยู่. 15 ซอยพระรามเก้า 45 ถ.พระรามเก้า กรุงเทพ 10250
  • โทร. 02-297-0708
  • FB. Fat Lamb BKK

Author: Mr.TRN Reporter

ผู้สื่อข่าวสายธุรกิจอาหาร ที่นำเสนอเรื่องราวของธุรกิจ ตลอดจนมุมมองธุรกิจจากเชฟและเจ้าของธุรกิจที่น่าสนใจ