เปิดตำนานเอี่ยวไถ่ สุกี้แต้จิ๋ว พ.ศ.2503

จากร้านขายสุกี้แต้จิ๋วชามละ 5 บาท ย่านโรงหนังเฉลิมนคร คลองถม ในปี พ.ศ. 2503 เติบโตข้ามกาลเวลากับโมเดลธุรกิจสไตล์โมเดิรน์ร่วมสมัยจนมาเป็น ภัตตาคารเอี่ยวไถ่ ในวันนี้

เอี่ยวไถ่ แปลเป็นไทยว่า ความเจริญรุ่งเรือง ผู้ก่อตั้งในรุ่นแรกเห็นเป็นคำที่มีความหมายดี จึงได้นำชื่อนี้มาตั้งชื่อร้านขายสุกี้สูตรแต้จิ๋วและกระทะปิ้งเจงกิสข่านเล็กๆ ขึ้นเมื่อเกือบ 60 ปีที่แล้ว โดยเปิดร้านอยู่แถวโรงหนังเฉลิมนคร หรือย่านคลองถมเก่า ข้างกองปราบสามยอด กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ บอกกันไปปากต่อปาก จากเดิมมีแค่ 20 โต๊ะ และมาเพิ่มเป็น 50 โต๊ะในเวลาไม่ถึงปี จนกระทั่งตัดสินใจขยายสาขามาที่หลังซอยเมืองทอง เยาวราช เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับผลิตวัตถุดิบ และยังสามารถขยายฐานลูกค้าไปในตัว หลังจากนั้นในปี 2516 ก็เปิดเพิ่มอีก 1 แห่งที่ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้าใกล้สี่แยกอรุณอัมรินทร์

6

กระทะปิ้งเจงกิสข่านนั้นเราคือเจ้าแรกที่นำคอนเซ็ปต์นี้มาใช้โดยดัดแปลงรูปทรงกระทะมาจากหมวกของนักรบเจงกิสข่านโบราณ

ในตอนนั้นร้านสุกี้ที่เปิดขายในเมืองไทยจะมีแต่สูตรแต้จิ๋ว ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น จะมีการตอกไข่ใส่ลงในเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ และหมักกับเครื่องเต้าเจี้ยวและน้ำมันงาจนเข้าเนื้อ ก่อนที่จะนำไปลวกในน้ำซุปรสกลมกล่อม โดยทานกับน้ำจิ้มเต้าเจี้ยวเต้าหู้ยี้สูตรเด็ดให้อรรถรสแบบแต้จิ๋วแท้ๆ ส่วนกระทะปิ้งเจงกิสข่านนั้นเราคือเจ้าแรกที่นำคอนเซ็ปต์นี้มาใช้เมื่อ 60 ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน โดยดัดแปลงรูปทรงกระทะมาจากหมวกของนักรบเจงกิสข่านโบราณ ซึ่งถือว่าทั้งสองเมนูเป็นจุดขายที่ลูกค้านิยมไม่น้อย

จากรุ่นพ่อสู่ลูกทำงานกันเป็นครอบครัว มีการกระจายงานแบ่งความรับผิดชอบกันไปตามความถนัดของแต่ละคน ในยุคเริ่มต้นการเปิดและขยายสาขาจะเป็นรูปแบบร้านเดี่ยวเป็นหลักทั้ง 3 แห่ง คือ คลองถม เยาวราช และปิ่นเกล้า ซึ่งกลุ่มลูกค้าในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกันออกไป ส่วนเมนูในช่วงแรกๆ มีเพียงสุกี้และกระทะปิ้งเท่านั้น ที่สาขาปิ่นเกล้าเราจึงเสริมเมนูอาหารจีนและซีฟู้ดเข้าไปเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้มากขึ้น โดยค่อยๆ ทดลองสูตรและคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดีจากแหล่งต่างๆ เข้ามาใช้ในเมนู อาทิ  ก๋วยเตี๋ยวหลอดเนื้อปู หอยจ๊อปู หมูหันฮ่องกง เป็นต้น ณ ตอนนั้น

หัวใจสำคัญของเอี่ยวไถ่คือการรักษารสชาติและคุณภาพของอาหารให้คงที่เหมือนเดิมมากที่สุด

ก่อนจะเริ่มเดินหน้าขยายสาขาอีกครั้งเมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปักธงบุกตลาดห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก ณ ตอนนี้มีทั้งหมด 6 สาขา ในกรุงเทพและนครราชสีมา โดยเริ่มจากที่เดอะ คริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ เป็นที่แรก และเว้นวรรคเปิดสแตนอโลนอีกแห่งขึ้นบนย่านนวมินทร์ เพื่อใช้เป็นครัวกลางสำหรับกระจายวัตถุดิบให้กับสาขาต่างๆ ที่เราแพลนเปิดตัวในละแวกนั้น อาทิ เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์, เดอะสตรีท รัชดา ฯลฯ ซึ่งการตัดสินใจรุกตลาดร้านอาหารในห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้นเพื่อให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ห้างสรรพสินค้าเป็นตัวเลือกแรกที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างสะดวกสบายครบวงจร

ร้านเอี่ยวไถ่สาขาเดอะสตรีท รัชดา
ร้านเอี่ยวไถ่สาขาเดอะสตรีท รัชดา

ในฐานะครอบครัวที่ทำร้านอาหารมากว่า 50 ปี ต้องยอมรับว่าเรายังเป็นมือใหม่ในการเปิดร้านอาหารบนห้างสรรพสินค้า ดังนั้นแนวคิดที่เอี่ยวไถ่ใช้จึงเป็นเรื่องของการสร้างความแตกต่างในองค์ประกอบต่างๆ ตั้งแต่การชูจุดเด่นของสุกี้โบราณคู่กับชื่อร้าน ไปจนถึงการดีไซน์ร้านและการออกโปรโมชั่นที่เข้ากับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ เพื่อกระตุ้นความสนใจในกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานให้มากขึ้น ควบคู่ไปกับการรักษาเอกลักษณ์ของแบรนด์นั่นก็คือ รสชาติอาหารที่ถ่ายทอดมาจากกรรมวิธีต้นตำรับซึ่งลอกเลียนแบบได้ยากและวัตถุดิบจากเจ้าประจำที่คัดเลือกและใช้มาตั้งแต่รุ่นก่อตั้ง

3

สำหรับกลยุทธ์การตลาดในยุคดิจิทัลคือการนำช่องทางโซเชียล มีเดียเข้ามาใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เอี่ยวไถ่เป็นที่รู้จักและเข้าถึงได้ง่ายในกลุ่มคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ซึ่งผลตอบรับก็เป็นที่น่าพอใจ ทำให้ในปีหน้าเราวางแพลนที่จะเปิดสาขาเพิ่มอีก 2 แห่ง ร่วมกับการสร้างครัวกลางขึ้นมาเพื่อใช้ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบและรสชาติขององค์ประกอบที่ใช้ในเมนูอาหารให้มีมาตรฐานมากขึ้น

โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผู้บริโภคจะได้เห็นน้ำจิ้มสุกี้สำเร็จรูปภายใต้แบรนด์เอี่ยวไถ่เพื่อจำหน่ายให้กับผู้บริโภคที่ติดใจในรสชาติและอยากจะไปทำสุกี้ทานเองที่บ้าน โดยผ่านช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตอีกด้วย

จากยุคแรกการปั้นแบรนด์จากยุคแรกมาสู่การผนึกกำลังเรียนรู้เพื่อพัฒนาแบรนด์เอี่ยวไถ่ในรุ่นที่ 3 ซึ่งให้ความสำคัญกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญของธุรกิจร้านอาหาร ดังนั้นการดูแลทีมงานของที่นี่เรามีระบบและกฎเป็นเครื่องมือ แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็ต้องใช้ใจในการดูแลกันเหมือนคนในครอบครัว เพื่อให้ทีมงานเข้าใจ มีความภูมิใจในแบรนด์ และส่งต่อความเข้าใจเรื่องอาหารให้แก่ลูกค้าได้อย่างถูกต้อง ลูกค้าเอี่ยวไถ่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์ความประทับใจในเมนูอาหารสุดคลาสสิกที่เต็มอิ่มทั้งรสชาติ คุณภาพ และการบริการที่ได้มาตรฐาน นี่คือสิ่งที่เป็นวัฒนธรรมที่ผู้ก่อตั้งได้ปลูกฝังไว้ เพื่อให้เป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้เอี่ยวไถ่รักษาตำแหน่งแบรนด์ร้านอาหารระดับตำนานที่ผ่านกาลเวลามาจนถึงปัจจุบัน

บทสรุปท้าย…กาลเวลาที่ผ่านมาเป็นบทพิสูจน์ถึงคุณภาพของร้านอาหารเอี่ยวไถ่ ที่ยังคงธุรกิจครอบครัวมาได้อย่างยาวนานถึง 60 ปี และมีอนาคต โดยผ่านการเรียนรู้และการประยุกต์ให้ธุรกิจมีความร่วมสมัย รักษาแบรนด์ให้ยังคงอยู่ในตลาดมาจนถึงทุกวันนี้ ไปลองลิ้มชิมรสสุกี้ตำรับแต่จิ๋วและกระทะย่างเจงกิสข่านในตำนาน แล้วคุณจะรู้ว่าร้านอาหารในตำนานนั้นอร่อยจริง


  • สาขา เชิงสะพานปิ่นเกล้า โทร. 02-423-0430
  • สาขา เดอะคริสตัล เอสบี ราชพฤกษ์ โทร. 02-102-5789
  • สาขา นวมินทร์ 60 โทร. 02-733-4774
  • สาขา เดอะสตรีท รัชดา โทร. 02-121-1974
  • สาขา เซ็นทรัล อีสต์วิลล์ โทร. 02-040-1818
  • สาขา ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ โทร. 02-116-3061
  • สาขา เทอร์มินอล 21 โคราช โทร. 044-498-698
  • สาขา เค วิลเลจ โทร. 02-665-6222
  • สาขา เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า โทร. 02-011-1388
  • สาขา เมกาบางนา โทร. 02-105-2227
  • สาขา เซ็นทรัล พระราม3 โทร 02-065-7277
  • สาขา Terminal 21 โคราช 044-498-699
  • สาขา จอมเทียน พัทยา โทร 033-022-026

FB: earwthaisukiboraan

Author: Mr.TRN Reporter

ผู้สื่อข่าวสายธุรกิจอาหาร ที่นำเสนอเรื่องราวของธุรกิจ ตลอดจนมุมมองธุรกิจจากเชฟและเจ้าของธุรกิจที่น่าสนใจ