Food Branding / สุรชัย ชาญอนุเดช
There are no translations available.

ต้นไม้ต้นนี้ชื่อ “แบรนด์ (Brand)”

วันนี้ผมขอชวนเจ้าของกิจการทั้งเล็กและกลาง หรือผู้ที่กำลังจะเริ่มทำกิจการรายใหม่มาช่วยกันปลูกต้นไม้ที่ชื่อว่า ต้น “แบรนด์ (Brand)” แล้ววิธีการปลูกต้นแบรนด์จะทำอย่างไร แล้วทำไมต้องปลูกต้นแบรนด์ด้วยครับ ก็ขอให้อ่านกันต่อไป ผมคิดว่ามีประโยชน์กับหลายท่านที่ทำกิจการ หรือเริ่มคิดทำกิจการไม่มากก็น้อย

ก่อนจะปลูกต้นแบรนด์ ผมขอเกริ่นนำถึงความสำคัญของการตลาด (Marketing) พอสังเขป การตลาดหรือ Marketing เป็นหนึ่งใน 4M ที่เป็นองค์ประกอบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และทวีความสำคัญมากในยุคนี้ และในอนาคตอย่างแน่นอน ซึ่งอีก 3M ก็คือ M-Money
(เงินลงทุน), M-Man (บุคลากร), M-Management (การจัดการ) ก็มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน โดยทั่วไปการจะเริ่มทำโครงการ หรือวางแผนการเขียนโครงการใหม่ๆ ในแวดวงธุรกิจไม่ว่าจะเขียนเพื่อเสนอผู้ลงทุน หรือเสนอกู้ธนาคาร ปัจจัยแรกที่จะต้องพิจารณา และวิเคราะห์ ก็คือ โครงการที่จะทำ “มีตลาดหรือไม่ ?” ถ้าตอบได้ว่า “ไม่มี” ก็แทบจะไม่ต้องวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการตัวอื่นๆเลยครับ เพราะเสียเวลาเปล่า คงไม่มีผู้ลงทุน หรือธนาคารจะให้กู้ ถ้าโครงการไม่มีตลาดรองรับในอนาคต


การตลาด (Marketing) มีส่วนผสม ง่ายๆ หลักๆ อยู่ 4 ตัว คือ 4P ประกอบด้วย

P- Product หรือ ผลิตภัณฑ์ ซึ่งรวมถึงบริการด้วย
P- Price หรือ ราคาขาย จะตั้งราคาอย่างไรเท่าไร
P- Place หรือ สถานที่ ที่จะตั้งขาย ให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
P- Promotion หรือ การส่งเสริมการขาย, กิจกรรมทางการตลาด

คราวนี้มารู้จักต้น “แบรนด์ (Brand)” กันบ้าง หากจะมีการสร้าง แบรนด์ (Brand) ก็มาเลือกดูว่าเราจะปลูกต้นอะไร ซึ่งมีมากมายในการทำกิจกรรมในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น ต้น แบรนด์ (Brand) รถยนต์ 1 ต้น ก็จะมีกิ่งก้านสาขา แตกกระจายออกไปในลำต้น แบรนด์ รถยนต์ เช่น

กิ่งที่ 1 คือรถยนต์บรรทุกขนาดใหญ่ แบรนด์ที่เป็นที่รู้จักคือ “HENO (ฮีโน่)”
กิ่งที่ 2 อาจจะเป็นรถกระบะขนาดเล็กอเนกประสงค์ คนไทยก็รู้จัก ISUZU (อีซุซุ) หรือจะเป็น TOYOTA VIGO (โตโยต้า วีโก้)
กิ่งที่ 3 รถยนต์หรูหรา เช่น BENZ (เบนซ์) เป็นต้น
กิ่งที่ 4 รถยนต์ประหยัดน้ำมัน

ซึ่งในต้นแบรนด์ รถยนต์ ก็จะแตกแขนงออกไปอีกมากมายตามขนาดของตลาดที่โตขึ้น
เช่น รถ ฮาเล่ย์ เดวิสัน (HARLEY DEVISON) รถมอเตอร์ไซค์สำหรับผู้มีรสนิยมลุยๆหน่อย
รถ FERARI รถสปอรต์สำหรับผู้ที่ชอบความเร็ว เป็นต้น

เมื่อรู้จักต้นแบรนด์แล้ว มาดูกันว่าหากเราต้องการที่จะสร้างแบรนด์สินค้าของเรา จะทำได้อย่างไร ที่จะทำให้เป็นที่รู้จักและอยู่ในใจของกลุ่มลูกค้าของเราให้ได้ ก็ต้องกลับมาดูต้นแบรนด์ที่เราทำอยู่ นั่นคือ ต้นแบรนด์อะไร, สินค้าประเภทไหน มีข้อคิดที่สำคัญก็คือ ผมไม่แนะนำให้เราสร้างกิ่งที่มีผู้ทำสินค้านั้นๆอยู่แล้วเพราะเราไปทำ Segment หรือกลุ่มลูกค้านั้นๆ เช่นมีผู้จะทำรถยนต์หรูหรา BENZ ครองกลุ่มตลาดนั้นอยู่ ก็แสดงว่าเราเป็นกิ่งต้นไม้ที่โตแข่งกับกิ่งของ BENZ โอกาสที่จะเติบโตก็ทำได้ยาก เพราะ รถยนต์หรูหราในใจของผู้บริโภค คือ รถยนต์ยี่ห้อ “BENZ”

คราวนี้มาดูตัวอย่างใกล้ตัวกันบ้าง หากเราต้องการจะทำกิจการร้านอาหาร ก็ต้องพิจารณาว่า ต้นแบรนด์ร้านอาหาร มีกิ่งอะไรบ้าง เช่น

กิ่งที่ 1 ร้านอาหาร Fast Food เช่น แฮมเบอร์เกอร์ (Mc donald), ไก่ทอด (KFC),
ไก่ย่าง เชสเตอร์กริล

กิ่งที่ 2 ร้านก๋วยเตี๋ยว เช่น ก๋วยเตี๋ยวญี่ปุ่น (ราเมน) มี Hajiban Raman, ก๋วยเตี๋ยวเรือ มีร้านท่าสยาม, ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา มีเจียงลูกชิ้นปลา เป็นต้น

และกิ่งอื่นๆอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น กิ่งร้านสุกี้ (MK), กิ่งร้านอาหารญี่ปุ่น (FUJI), กิ่งร้านอาหารเวียดนาม (VIET) เป็นต้น

หากเราจะทำร้านสุกี้ก็คงลืมไปได้เลยครับ เพราะต้นแบรนด์ (Brand) ร้านอาหารต้นนี้มีกิ่งร้านสุกี้ที่แข็งแรงมาก คือร้านสุกี้ MK ซึ่งทุกๆท่านรู้จักกันดี คุณไม่ต้องสร้างกิ่งร้านสุกี้เลยครับ เพราะโอกาสแพ้ของร้านสุกี้รายใหม่ๆที่มาในตลาด มีโอกาส 99.99% อยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เกิดร้านสุกี้รายใหม่ในตลาดเมืองไทยได้อีกเลยครับ เพียงแต่ว่าอย่าทำให้สินค้าและบริการของเราไปเป็นคู่แข่งกับเจ้าของตลาดอย่างร้านสุกี้ MK

มีร้านสุกี้อยู่ที่หนึ่ง บางท่านหรือหลายท่านก็พอรู้จัก คือร้านสุกี้ HOT POT (ฮอทพ็อท) แทนที่จะแข่งขันกับร้านสุกี้ MK แต่ร้าน HOT POT ก็จะสร้างกิ่งใหม่ออกไปเป็น สไตล์ร้านสุกี้แบบบุฟเฟต์ (ทานเท่าไหร่ก็ได้ในราคาท่านละ 199 บาท) เป็นการแตกกิ่งออกไปอีกกิ่งหนึ่ง ลูกค้าก็จะไม่ได้เปรียบเทียบว่าเป็นคู่แข่งกับร้าน MK จึงทำให้ HOT POT สร้างฐานลูกค้าของตนเองได้ และเป็นเจ้าตลาดของสุกี้บุฟเฟต์ ในปัจจุบันได้

ท่านผู้อ่านคงพอเห็นภาพการปลูกต้น “แบรนด์ (Brand)” หรือการสร้างแบรนด์กันบ้างแล้ว จำไว้เสมอว่าถ้าเราสร้างแบรนด์จะต้องแตกกิ่งออกไป เพื่อที่จะไม่มีการแข่งขันทางตรงกับเจ้าตลาด เราจะได้ไม่ต้องโดนกีดกันจากเจ้าของตลาดเดิม และที่สำคัญหากกิ่งที่เราแตกออกไปตรงความต้องการของตลาด เราก็สามารถสร้างฐานลูกค้าของเราเอง และเป็นผู้นำ (หมายเลข 1) ของกิ่งก้านนั้นๆครับ โอกาสทางการตลาดที่จะประสบความสำเร็จก็มีมากขึ้น

คุณ สุรชัย ชาญอนุเดช
นักปฏิบัติและนักบริหารธุรกิจร้านอาหาร
ตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เคที เรสทัวรองท์ จำกัด
Email: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it

 
Sponsor By
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner
Banner