น้ำตาลมิตรผล เผยเคล็ดลับสร้างมูลค่าเพิ่มด้วย “Sugar Lab”

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ออกมาทานอาหารนอกบ้านมากขึ้น นำมาสู่การเติบโตธุรกิจร้านอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ในปัจจุบันศักยภาพการเติบโตสูง แต่การสร้างธุรกิจให้เติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่สูง มีหลายสิ่งที่ต้องคำนึง ต้นทุนด้านวัตถุดิบเป็นปัจจัยต้นๆ เพราะถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของผู้ประกอบการ การเลือกวัตถุดิบที่ไม่เหมาะสม อาจจะทำให้ผู้ประกอบการมีต้นทุนในการผลิตที่สูงเกินจำเป็น

‘น้ำตาล’ วัตถุดิบพื้นฐานที่อยู่คู่ครัวชาวไทยมาอย่างยาวนาน หลายคนไม่ทราบว่าน้ำตาลสามารถเสริมประสิทธิภาพในการทำธุรกิจ ให้กับผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอรี่ได้ ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์น้ำตาลหลายประเภทให้ผู้ประกอบการเลือกใช้ อย่าง น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำเชื่อมกลิ่นต่างๆ ซึ่งน้ำตาลเหล่านี้มีจุดเด่นและการใช้งานที่ต่างกัน การเลือกใช้น้ำตาลได้ถูกประเภทและตรงจุด  จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ให้ดียิ่งขึ้นแล้ว ยังเสริมประสิทธิภาพในการจัดการต้นทุน ลดปริมาณของเสียจากกระบวนการผลิต ประหยัดเวลา และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ

Mitr-Phol_Sugar-Lab_01

ในงาน THAIFEX 2018 มหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย บูธมิตรผลมาในคอนเซ็ปต์ “Sugar in Wonderland”  โดยมีกิจกรรมไฮไลท์ “Sugar Lab” ที่มีแล็บมาทดลองในงานเพื่อให้ผู้ประกอบการร้านอาหาร เครื่องดื่ม และเบเกอรี่ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ในการเรียนรู้เรื่องของน้ำตาลเพื่อเป็นแนวทางในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ ผ่านการสาธิตการวิเคราะห์และทดสอบน้ำตาลแต่ละประเภท ด้วยกระบวนการร่อน ละลายน้ำ และวัดความเข้มข้นของน้ำตาล โดยทีมนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำตาลโดยเฉพาะ

1.ลดการสูญเสียวัตถุดิบ = ผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

การเลือกใช้น้ำตาลให้เหมาะสมกับประเภทอาหาร จะช่วยให้ผู้ประกอบการใช้วัตถุดิบได้อย่างคุ้มค่า เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียเนื้อวัตถุดิบ และสิ้นเปลืองน้อยลง เช่น  สำหรับขนมเบเกอรี่ที่มีการร่อนน้ำตาลในกระบวนการผลิต อย่าง ซอฟท์คุ้กกี้ บราวนี่ ช็อคโกแลตลาวา การเลือกใช้น้ำตาลทรายแดง เบเกอรีโดยเฉพาะ ซึ่งมีเนื้อละเอียดกว่าน้ำตาลทรายแดงทั่วไป จะช่วยลดเวลาในการร่อนน้ำตาล มีเศษเหลือบนตะแกรงน้อยกว่า  ประหยัดต้นทุน และใช้วัตถุดิบได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น น้ำตาลทรายแดงที่มีเนื้อหยาบกว่า จะเหมาะกับการทำอาหารหรือขนมที่ต้องการเนื้อสัมผัสมีความกรุบกรอบ เช่น เฉาก๊วย บัวลอยน้ำขิง

Mitr-Phol_Sugar-Lab_07

2.คุณภาพ ประสิทธิภาพ ราคา สำคัญเท่าๆ กัน

ขนมเบเกอรี่จะมีรสชาติดี หวานกลมกล่อมทั่วทุกส่วน หากผู้ประกอบการเลือกใช้น้ำตาลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการทำขนมประเภทนั้น โดยน้ำตาลเบเกอรีที่มีเกล็ดเล็กละเอียดและละลายในน้ำได้ง่ายกว่าน้ำตาลทรายขาวทั่วไป ประหยัดเวลา เพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และทำให้ขนมที่มีเนื้อละเอียดเนียนนุ่มและขึ้นฟูเร็ว หากนำมาทำขนมเบเกอรี่อย่าง แยมโรล มูส และเมอแรงค์ จะให้รสชาติและเนื้อสัมผัสที่ดี

Mitr-Phol_Sugar-Lab_05

3.ควบคุมมาตรฐานการผลิต

ความท้าทายของผู้ประกอบการคือการทำอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมเบเกอรี่ให้มีรสชาติคงที่ตามสูตร โดยเฉพาะเมื่อต้องทำออกมาในปริมาณมากต่อครั้ง ถ้าผู้ประกอบการเลือกใช้น้ำตาลที่เหมาะกับอาหารประเภทนั้น ๆ เช่น เลือกใช้น้ำเชื่อมสำเร็จรูปแทนการทำน้ำเชื่อมเอง นอกจากประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยให้รสชาติความหวานคงที่ กลมกล่อม และตรงตามความต้องการ ไม่ว่าจะทำอาหาร เครื่องดื่ม หรือขนมในปริมาณน้อยหรือมาก ผู้ประกอบการจะสามารถควบคุมคุณภาพการผลิตได้

Mitr-Phol_Sugar-Lab_04

น้ำตาลมิตรผลจึงได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ น้ำเชื่อม “โกลเด้น ไซรัป” อย่างเป็นทางการในงาน THAIFEX ครั้งนี้ด้วย โดยน้ำเชื่อมนี้มาพร้อมกับกลิ่นหอมจากอ้อยธรรมชาติและสีเหลืองทอง มีความพิเศษที่สีสันและและรสชาติกลมกล่อมเฉพาะตัว เหมาะกับเครื่องดื่มหรือขนมที่ต้องการให้มีสีเหลืองอ่อนๆ กลิ่นหอมและรสชาติหวานละมุนจากธรรมชาติ นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ประกอบการในการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ

ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับน้ำตาลมิตรผลได้ที่ www.mitrphol.com/sugar

Author: Foodie Report

ผู้สื่อข่าวสายอาหาร​ ใครทำอะไรที่ไหนในแวดวงธุรกิจอาหารไม่รอดสายตา​